สารจากประธานกรรมการ
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน
จากการเริ่มต้นธุรกิจของกลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ก่อนการแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวลเริ่มจากการนำทะลายปาล์มและส่วนที่เรียกว่าวัสดุเหลือจากภาคการเกษตรมาแปลงสภาพและผ่านกระบวนการผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า แนวคิดในการนำวัสดุทางการเกษตรที่ต้องกำจัดมาแปรสภาพให้เป็นพลังงานเริ่มจากความตั้งใจรักษาและปรับปรุงสภาพแวดล้อม วัสดุและผลผลิตทางการเกษตรที่นำมาจากเกษตรกรในชุมชนรอบข้างในช่วงแรก และได้ขยายออกไปยังชุมชนต่าง ๆ ในเขตภาคใต้ของประเทศไทย ผลผลิตจากการลงทุนและดำเนินธุรกิจคือกระแสไฟฟ้าที่ส่งต่อให้กับการไฟฟ้าภูมิภาค จะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นธุรกิจของกลุ่มอาศัยปัจจัยหลัก 3 ประการคือ การรักษาและปรับปรุงสิ่งแวดล้อม การทำงานร่วมกับชุมชนและผลประกอบการของบริษัทที่สามารถสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นของบริษัท และนั่นคือหลักการของการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Business Development ที่ต้องอาศัยปัจจัยหลัก 3 ประการคือ P-Planet คือสิ่งแวดล้อม P-People คือชุมชน และ P-Profitability คือผลประกอบการ และด้วยจุดเริ่มต้นนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นที่จะยึดมั่นอยู่กับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และเล็งเห็นการเติบโตขององค์กรไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของชุมชน สังคมและประเทศชาติ จึงได้ดำเนินการแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2565

นับจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจและขยายกิจการเพื่อการเติบโต ตามที่ระบุในหนังสือบริคณห์สนธิและตามที่ประกาศต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุนและผู้สนใจมาโดยตลอด ภายใต้กรอบของการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนที่บริษัทฯ ได้ยึดมั่นมาโดยตลอด จากโรงไฟฟ้าชีวมวลสู่โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ บริษัทฯ ได้เข้าสู่การขยายกิจการผ่านการลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะชุมชน (WTE-Waste to Energy) ทั้งการบริหารจัดการโครงการที่ดำเนินอยู่และโครงการลงทุนเพิ่มเติม คณะกรรมการได้ยึดมั่นกับการกำกับดูแลกิจการและการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งเป็นหลักการของการบริหารอย่างยั่งยืนหรือที่รู้จักกันในนามว่า ESG-Environment, Social, Governance ทั้งนี้คณะกรรมการได้ดำเนินการในรูปแบบบูรณาการกระบวนการทำงานของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึง การกำหนดกลยุทธ์องค์กร การบริหารความเสี่ยงองค์กร การพิจารณาการลงทุน การตรวจสอบ การกำกับดูแลระบบควบคุมภายใน การบริหารโครงการ การติดตามผลการดำเนินงาน ฯลฯ ไปพร้อมกับและเชื่อมโยงกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสังคม และธรรมาภิบาล การบูรณาการการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จึงต้องอาศัยการวางรากฐานที่มั่นคง การสร้างค่านิยมองค์กรที่เข้มแข็ง และการวางจุดยืนของกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจน หน้าที่กำกับดูแลทั้งหมดเหล่านี้คือบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการ
เพื่อให้การกำกับดูแลการบูรณาการทุกปัจจัยตามที่กล่าวมาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คณะกรรมการ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการกำกับดูแลเนื้อหาและการจัดตั้งโครงสร้างเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง (Governance & Structure) โดยได้กำหนดบทบาทในการกำกับดูแลและติดตามการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนอย่างใกล้ชิด และให้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการเป็นไปตามลำดับขั้นตอน และได้กำหนดบทบาทและหน้าที่ให้กับคณะทำงานการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลของประธานกรรมการบริหาร (CEO) โดยให้มีการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกองค์กรทั้งในส่วนภาคราชการและภาคเอกชน การกำหนดการกำกับดูแลกิจการและการจัดตั้งโครงสร้างนี้เป้าหมายที่ชัดเจน คือการสร้างกลไกเชื่อมโยงนับจากเป้าหมายทางธุรกิจ กลยุทธ์องค์กร งบประมาณ แผนธุรกิจ การดำเนินงานและการติดตามผลงาน การทบทวนและการปรับปรุง และการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน สาธารณชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน
เริ่มจากการประเมินผลงานด้าน ESG ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใต้โครงการ SET ESG Ratings ไปจนถึงการประเมินโดยองค์กรระหว่างประเทศ FTSE Russell บริษัทฯ ได้เล็งเห็นประโยชน์ของการนำหลักการการประเมินมาใช้เพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการกำกับดูแลกิจการ การจัดตั้งโครงสร้างและการกำหนดบทบาทและหน้าที่ ไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การบูรณาการการเชื่อมโยง บริษัทฯ ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ A ต่อเนื่องมา 2 ปี แน่นอนว่านี่คือผลงานของผู้บริหารและพนักงานทุกท่านที่มุ่งมั่นกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ มาโดยตลอด แต่ที่สำคัญที่สุดของการจัดลำดับในทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา คือข้อพิสูจน์ว่าแนวคิดหรือ Purpose ของกลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม กับสภาวะทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านชุมชนและสังคม และด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อผลประกอบการที่เติบโต ต่อผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและต่อองค์กร
รายงานความยั่งยืนฉบับนี้เป็นหลักฐานของความมุ่งมั่น ความทุ่มเทและเจตนารมณ์ของคณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานเพื่อสื่อและสะท้อนให้ผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ได้เห็นการบูรณาการของการดำเนินงานด้าน ESG หรือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน กับระบบการบริหารจัดการของบริษัทฯ ในทุกระดับ ทั้งในมิติของการวางและดำเนินการตามกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการบริษัทฯ ยึดมั่นกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนมาตลอด และจะยึดมั่นในหลักการการกำกับดูแลกิจการที่สมดุลระหว่างผลการดำเนินงานและผลประกอบการของบริษัทฯ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การดูแลและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสังคม ตามหลักการการบริหารจัดการภายใต้กรอบ ESG โดยยึดหลักความโปร่งใส การดำเนินงานอย่างเต็มขีดความสามารถ และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
(นายโกสิทธิ์ เฟื่องสวัสดิ์)
ประธานกรรมการ
กลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
สารจากประธานกรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทน บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน
ในปี 2568 กลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ได้ก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจสู่ “ความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ” คณะกรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทน บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีความมุ่งมั่นที่จะวางรากฐานให้ ESG (Environment, Social, and Governance) เป็นกลไกหลัก ในการสร้างคุณค่าและลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม
การพัฒนากลยุทธ์และแผนงานการพัฒนาความยั่งยืน
จากการประเมินและคัดเลือกประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Materiality Assessment) ประจำปี 2568 บริษัท ได้กำหนดประเด็นที่มีนัยสำคัญสูง (High Significance) เพื่อเป็นทิศทางในการดำเนินธุรกิจ อาทิ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) การต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption) การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งประเด็นเหล่านี้ได้รับการบูรณาการเข้ากับแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และรักษาเสถียรภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน
การจัดตั้งโครงสร้างคณะทำงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เข้มแข็ง
เพื่อให้แผนงานสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราได้จัดตั้งและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับ “คณะทำงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability Working Group)” ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทุกสายงานหลักภายในองค์กร โดยโครงสร้างนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมประสานจากระดับนโยบายสู่ระดับปฏิบัติการ ช่วยให้เกิดการทำงานแบบ บูรณาการ (Cross-functional) และการตอบสนองต่อประเด็นเร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที คณะทำงานชุดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ ในการวิเคราะห์ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) เพื่อนำมาปรับใช้ในกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน
การขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืน
ในปีที่ผ่านมา เราได้ขับเคลื่อนกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ได้แก่
- ด้านสิ่งแวดล้อม: การพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งด้านการจัดการทรัพยากร การจัดการน้ำและน้ำเสีย การจัดการมลพิษทางอากาศ การจัดการของเสีย การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- ด้านสังคม: การสร้างปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่น (Local Communities) ผ่านกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ และการรักษาสิ่งแวดล้อมรอบโรงไฟฟ้าเพื่อพึ่งพาอาศัยกันอย่างยั่งยืน
- ด้านบรรษัทภิบาล: การรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” และการส่งเสริมวัฒนธรรม ความโปร่งใสทั่วทั้งองค์กร
คณะกรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทน บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เชื่อมั่นว่าการวางโครงสร้าง ที่ชัดเจนและการกำหนดกลยุทธ์ที่ตรงเป้าหมาย จะเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงและเป็นตัวเร่งให้ TGE ก้าวไปสู่เป้าหมาย Net Zero และการเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในหุ้นยั่งยืนระดับแนวหน้าอย่างมั่นคง
สุดท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่านที่ได้มอบความไว้วางใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางความยั่งยืนนี้เราขอยืนยันเจตนารมณ์ในการบริหารงานภายใต้หลักบรรษัทภิบาล เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมสืบไป
(นางเพ็ญศรี มีสุขสบาย)
ประธานกรรมการสรรหาพิจารณาค่าตอบแทน
บรรษัทภิบาล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
สารจากประธานกรรมการบริหาร
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน
ในนามของคณะกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ TGE ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ระดับโลก ทั้งจากความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามองว่าความท้าทายเหล่านี้คือโอกาสสำคัญในการยกระดับห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานสะอาดให้แข็งแกร่งและครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม
มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจและนวัตกรรมพลังงานเพื่อโอกาสใหม่ในอนาคต
บทบาทหน้าที่สำคัญของคณะกรรมการบริหารในปีที่ผ่านมา คือการผลักดันกลยุทธ์การเติบโตที่นอกเหนือจากธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะชุมชน เราได้เริ่มศึกษาการลงทุนไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ด้านพลังงานสะอาด การศึกษาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบรับกับทิศทางพลังงานโลกและสร้างรายได้ที่มั่นคงควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

การสร้างคณะทำงานด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนที่เข้มแข็ง เพื่อให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและโครงสร้างทางสังคมได้อย่างรวดเร็ว ผมได้ให้ความสำคัญกับการสร้างคณะทำงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายความยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติในทุกภาคส่วนขององค์กร ตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบต้นน้ำไปจนถึงการดูแลชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ
ความมุ่งมั่นสู่การเติบโตที่สมดุล
กลุ่มบริษัทฯยังคงยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาลและการดำเนินงานที่โปร่งใส จนได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ในระดับ “A” สองปีต่อเนื่อง ในปี 2567 และ 2568 เราให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่หยุดนิ่งในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว พร้อมทั้งสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริหาร ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น คู่ค้า หน่วยงานภาครัฐ และพนักงานทุกท่านที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ TGE เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เราจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยและสังคมสืบไป
(นายพงศ์นรินทร์ วนสุวรรณกุล)
ประธานกรรมการบริหาร
กลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน
ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่ม บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ผมมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ “รายงานการพัฒนาความยั่งยืนฉบับแรก” ขององค์กร ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบของ TGE ต่อการเติบโตที่สมดุลทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางยุคสมัยที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและกฎกติกาการค้าใหม่ที่เข้มงวดขึ้น
ในปี 2568 นี้ เราได้ยกระดับกระบวนการคัดเลือกประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Materiality Assessment) ให้มีความเข้มข้นและครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักทุกกลุ่ม (Stakeholder Engagement) ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้า ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ไปจนถึงหน่วยงานกำกับดูแล ผลจากการรับฟังเสียงเหล่านั้นได้นำมาสู่การวางกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความท้าทายระดับโลกอย่างตรงจุด โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงานสะอาด การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการจัดการกากของเสียอย่างยั่งยืน
การขับเคลื่อนความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจใหม
ผมเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนคือแรงผลักดันที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับเรา บทบาทหน้าที่ของผมในฐานะผู้บริหาร คือการนำพา TGE ก้าวข้ามขอบเขตพลังงานดั้งเดิมไปสู่การแสวงหานวัตกรรมพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น เช่น การรุกเข้าสู่ธุรกิจคาร์บอนเครดิต และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อตอบสนอง ต่อห่วงโซ่ธุรกิจที่เปลี่ยนไปและความต้องการของผู้บริโภคที่ให้พลังงานสีเขียว
ความเข้มแข็งขององค์กรและคณะทำงาน
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและโครงสร้างทางสังคม เราได้จัดตั้ง “คณะทำงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่รวบรวมบุคลากรจากทุกสายงานเพื่อทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักถึง ESG (Environmental, Social, and Governance) นี้เอง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าโครงสร้างการบริหารงานของเรามีความแข็งแกร่งและโปร่งใส
ท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบคุณคณะกรรมการบริษัท ทีมบริหารและพนักงานทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการขับเคลื่อนภารกิจด้านความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง รวมถึงขอขอบคุณผู้ถือหุ้นและคู่ค้าที่เชื่อมั่นในศักยภาพของเรา TGE จะยังคงเดินหน้า อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อส่งมอบพลังงานสะอาดและคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมสืบไป
(นายสืบตระกูล บินเทพ)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
กลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

