TH EN

การวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement)

กลุ่มบริษัทได้กำหนดกรอบการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Management Framework) โดยยึดตามแนวทางของ GRI Standards 2021 เพื่อให้การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ

ภายใต้กรอบดังกล่าว แต่ละหน่วยงานมีบทบาทในการระบุและวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของตนเอง ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่มบริษัท ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยผลการวิเคราะห์จากทุกหน่วยงานจะถูกบูรณาการและทบทวนร่วมกัน เพื่อจำแนกกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กรอย่างถูกต้องและครบถ้วน

กระบวนการนี้ช่วยให้กลุ่มบริษัท สามารถทำความเข้าใจความคาดหวัง ประเด็นสำคัญ และศักยภาพ ในการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม นำไปสู่การพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของกลุ่มบริษัท

กลุ่มบริษัทได้ดำเนินการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการความสัมพันธ์และผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร และหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ซึ่งพิจารณาจากระดับความสัมพันธ์และบทบาทที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจในทุกมิติ

จากนั้น กลุ่มบริษัทจะประเมินผลกระทบของการดำเนินงานที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยพิจารณา ทั้งผลกระทบและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นในมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อทำความเข้าใจลักษณะและระดับของผลกระทบอย่างรอบด้าน

ในขั้นตอนถัดมา กลุ่มบริษัทจะวิเคราะห์ระดับอิทธิพลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อการดำเนินงานขององค์กร โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความจำเป็นในการพึ่งพาซึ่งกันและกัน อำนาจในการตัดสินใจ กฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท

เมื่อได้ข้อมูลดังกล่าวแล้ว กลุ่มบริษัทจะดำเนินการจัดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามระดับผลกระทบ ที่กลุ่มบริษัทมีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และระดับอิทธิพลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อกลุ่มบริษัท เพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางการบริหารจัดการและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะของแต่ละกลุ่ม

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้จัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่ม เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดรูปแบบและระดับการมีส่วนร่วม การสื่อสาร และการตอบสนองต่อความคาดหวังและประเด็นที่มีนัยสำคัญ ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ความเชื่อมั่น และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ในปี 2568 กลุ่มบริษัทได้ดำเนินการทบทวนและจำแนกกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การบริหารจัดการความสัมพันธ์ การสื่อสาร และการตอบสนองต่อความคาดหวังของแต่ละกลุ่มเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยกลุ่มบริษัทได้จำแนกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียออกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 10 กลุ่มหลัก ครอบคลุมผู้ที่มีความเกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบจากการดำเนินงาน ของกลุ่มบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม

กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดังกล่าวประกอบด้วย พันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานและการพัฒนาโครงการ ลูกค้า ผู้รับบริการ และผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มหลักในการสร้างรายได้และความเชื่อมั่นทางธุรกิจ พนักงานและคนงานประเภทอื่น ๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีบทบาทด้านการกำกับดูแล ออกกฎหมาย และกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังให้ความสำคัญกับชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการโดยตรง รวมทั้งผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรายย่อยอื่น ๆ ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียด้านผลตอบแทนและความมั่นคงขององค์กร คู่ค้าและผู้รับเหมา ซึ่งมีบทบาทตลอดห่วงโซ่คุณค่า เจ้าหนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางการเงินและสภาพคล่องของกลุ่มบริษัท ตลอดจนสื่อมวลชน ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร และคู่แข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน

การจำแนกกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในลักษณะดังกล่าวช่วยให้กลุ่มบริษัท สามารถประเมินความคาดหวัง ประเด็นที่มีนัยสำคัญ รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม อันนำไปสู่การกำหนดแนวทางการมีส่วนร่วม การสื่อสาร และการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมั่นคง

กลุ่มบริษัทประเมินกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 10 กลุ่ม

  1. พันธมิตรทางธุรกิจ
  2. ลูกค้า
  3. พนักงานและคนงานประเภทอื่น
  4. หน่วยงานภาครัฐ
  5. ชุมชนท้องถิ่น
  6. ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรายย่อย
  7. คู่ค้าหรือผู้รับเหมา
  8. เจ้าหนี้
  9. สื่อมวลชน
  10. คู่แข่งขันทางการค้า

แนวทางการดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของกลุ่มบริษัท

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่องทางการมีส่วนร่วม
1. พันธมิตรทางธุรกิจ
  • การประชุมร่วมกับบริษัท บุคคล คู่ค้าธุรกิจ หรือผู้ร่วมลงทุน
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
  • การเปิดเผยข้อมูลหรือรายงานตามที่ตกลงไว้ในข้อกำหนดหรือสัญญา
  • แบ่งผลประโยชน์ธุรกิจร่วมกัน (Fin & Non-fin)
2. ลูกค้า
  • การสำรวจความพึงพอใจประจำปี (B2B)
  • การพบปะและประชุมโดยตรง
  • การสื่อสารออนไลน์/อีเมล
3. พนักงานและคนงานประเภทอื่น
  • การสื่อสารภายในองค์กร
  • การประชุมพนักงานประจำเดือนหรือตามวาระ
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ และอีเมล
  • การประชุมส่วนทรัพยากรบุคคลของกลุ่มบริษัท
  • การสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรประจำปี
  • การจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียน
  • กิจกรรม Employee engagement เช่น กิจกรรมสังสรรค์ปีใหม่ กิจกรรมสงกรานต์ และวันตรุษจีน เป็นต้น
4. หน่วยงานภาครัฐ
  • การร่วมสนับสนุนโครงการที่จัดขึ้นโดยภาครัฐ
  • การเข้าร่วมในคณะทำงานของหน่วยงานภาครัฐ
  • การเยี่ยมชมกิจการ
  • การเปิดเผยข้อมูลหรือรายงานตามที่กฎหมายกำหนด
5. ชุมชนท้องถิ่น
  • การจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
  • ช่องทางสื่อสารอื่น ๆ เพื่อรับข้อแนะนำ หรือข้อร้องเรียน หรือรายงานประจำปี
6. ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรายย่อย
  • การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
  • การประชุมคณะบริหาร
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
7. คู่ค้าหรือผู้รับเหมา
  • การตรวจเยี่ยมผู้ผลิตสินค้า/คู่ค้า
  • การประชุมร่วมกับบริษัทผู้ผลิตสินค้า/คู่ค้า
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
  • การพบปะและประชุมโดยตรงรายเดือนหรือตามวาระ
  • ช่องทางรับข้อเสนอแนะนำ หรือข้อร้องเรียน
  • การจัดทำแบบประเมินความพึงพอใจของคู่ค้า
8. เจ้าหนี้
  • การประชุมร่วมกับเจ้าหนี้
  • การเยี่ยมชมกิจการ
  • การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์/อีเมล
9. สื่อมวลชน
  • การสัมภาษณ์พิเศษตามที่สื่อต้องการ
  • การเปิดเผยข้อมูลหรือรายงานตามที่กลุ่มบริษัทต้องการ
10. คู่แข่งขันทางการค้า
  • การประชุมร่วมกันที่องค์กรต่างเกี่ยวข้องกันในธุรกิจเดียวกัน เช่น หอการค้า หรือสมาคมผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน