TH EN

นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) และบริษัทย่อย ตระหนักและให้ความสำคัญกับผลกระทบที่มีต่อสังคมทั้งในแง่บวกและแง่ลบซึ่งอาจเกิดจากการดำเนินกิจการของบริษัท บริษัทจึงได้มีการจัดทำนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับเป็นแนวทางในการดำเนินกิจการ โดยคำนึงถึงความสมดุลของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) ได้แก่ พนักงาน คู่ค้า ผู้ถือหุ้น สังคม ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และภาครัฐในทุก ๆ ด้าน เพื่อสร้างดุลยภาพทางด้านผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินกิจการของบริษัทต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท และเพื่อให้การดำเนินกิจการเป็นไปอย่างยั่งยืน สามารถเติบโตได้โดยการเป็นที่ยอมรับและได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกที่ดีของคน ในองค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินกิจการอย่างยั่งยืน

1. การประกอบกิจการด้วยความเป็นธรรม

บริษัทและบริษัทย่อย มุ่งมั่นประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งมั่นทำความดีต่อบุคคล กลุ่มชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม และประกอบธุรกิจโดยมีระบบการดำเนินงานที่มีมาตรฐานและมีการควบคุมที่ดี โดยใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ด้วยความระมัดระวัง ด้วยข้อมูลที่เพียงพอและมีหลักฐานสามารถอ้างอิงได้ รวมทั้งถือปฏิบัติตามข้อกฎหมายและข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด รวมถึงการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม โดยไม่เรียกร้องหรือรับผลประโยชน์ใด ๆ ที่ชอบธรรมจากลูกค้า และไม่เปิดเผยข้อมูลของลูกค้าที่บริษัทได้ล่วงรู้มาเนื่องจากการดำเนินธุรกิจ อันเป็นข้อมูลที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ตามกฎหมาย

2. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัทมีนโยบายการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นประโยชน์ต่อสังคม สนับสนุน ให้พนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย ปฏิบัติงานอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม รวมถึงส่งเสริมให้คู่ค้าของบริษัทดำเนินธุรกิจให้ถูกต้อง มีความโปร่งใสด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่านโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่บริษัทจัดทำขึ้นได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพียงพอ พร้อมกับการสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ทัศนคติ ที่ถูกต้องในทุกระดับ จัดให้มีการตรวจสอบถ่วงดุล และระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น

3. การเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทและบริษัทย่อย ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยส่งเสริมให้มีการสร้างความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา สภาพร่างกาย ฐานะ ชาติตระกูล โดยบริษัทและบริษัทย่อย จะไม่ทำการใดที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลทั้งทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนมีนโยบายสนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยจัดให้มีการดูแลไม่ให้ธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการเปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็นหรือเรียกร้องเกี่ยวกับการถูกละเมิดสิทธิของแต่ละบุคคล และส่งเสริมให้ผู้ร่วมทุน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล

4. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

บริษัทและบริษัทย่อย ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคล ซึ่งบริษัทเชื่อว่าทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกปัจจัยหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากการปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ ของบริษัทจำเป็นต้องใช้ความรู้ ความสามารถ รวมทั้งความทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้น บริษัทจึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติต่อพนักงานบริษัท โดยผู้บริหารจะต้องปฏิบัติต่อพนักงานอย่างยุติธรรม บริหารงานโดยความไม่ลำเอียง สนับสนุนในการสร้างศักยภาพในความก้าวหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีความเข้าใจในเรื่องจรรยาบรรณ ที่พนักงานต้องพึงปฏิบัติ กำหนดค่าตอบแทนและจัดสวัสดิการให้แก่พนักงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีสภาพการจ้างงานที่ยุติธรรม มีสวัสดิการที่เหมาะสม มีโอกาสที่จะพัฒนาความก้าวหน้า รวมทั้งมีสภาพการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย และปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความสุจริตใจด้วยการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างมีเหตุผล

5. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

บริษัทและบริษัทย่อย มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสินค้า เพื่อความพึงพอใจและประโยชน์สูงสุดของลูกค้า และยึดมั่นในการปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และเอาใจใส่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงคุณภาพ และประสิทธิภาพของสินค้าเพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานและกฎระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัยในระดับสากล นอกจากนี้ บริษัทยังยึดมั่น ในการตลาดที่เป็นธรรม โดยมีนโยบายในการดำเนินการให้ลูกค้าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทที่ถูกต้อง ไม่บิดเบือน คลุมเครือ หรือโฆษณาเกินจริง เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอในการตัดสินใจ รวมถึงบริษัทจะรักษาข้อมูลของลูกค้าไว้เป็นความลับ และจะไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในทางที่มิชอบ

6. การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

บริษัทและบริษัทย่อย ให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทและบริษัทย่อยดำเนินการและควบคุมให้การผลิตสินค้าของบริษัทและบริษัทในเครือมีการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

6.1 บริษัทกำหนดผู้มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดไว้ และต้องควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด

6.2 บริษัทมีนโยบายในการลดการเกิดขยะหรือของเสีย และให้ความร่วมมือในการกำจัดขยะหรือของเสียด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

6.3 บริษัทมีการประเมินความเสี่ยง และผลกระทบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย ก่อนที่จะมีการลงทุนหรือร่วมทุนในกิจการใด ๆ โดยบริษัทได้ดำเนินกิจการภายใต้แนวคิดการใส่ใจและรักษาสิ่งแวดล้อม

6.4 บริษัทมีแนวปฏิบัติในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ วัสดุ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

7. การร่วมพัฒนาชุมชนหรือสังคม

บริษัทมีแนวทางที่จะปฏิบัติหรือควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ สนับสนุนและอาสาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม เพื่อส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจตลอดจนการฟื้นฟูสังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้ บริษัทยังจัดให้มีช่องทางสำหรับให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทและร้องเรียนกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของบริษัทโดยผ่านทาง e-mail: csr@tge.co.th

8. การมีนวัตกรรมและเผยแพร่นวัตกรรม

บริษัทจะสนับสนุนให้มีนวัตกรรมทั้งในระดับกระบวนการทำงานในองค์กรและในระดับความร่วมมือระหว่างองค์กร ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยวิธีใหม่ ๆ และยังอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิด เพื่อเพิ่มมูลค่า เป้าหมายของนวัตกรรมคือการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกเพื่อทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ก่อผลิตผลที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมสูงสุด ทั้งนี้การเผยแพร่นวัตกรรมถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการสื่อสารและเผยแพร่ให้กับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลข่าวสารของบริษัทเข้าถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทได้อย่างทั่วถึง

นโยบายฉบับนี้ ได้รับการทบทวนโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 12/2565 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 และได้รับการเห็นชอบโดยที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 และได้รับการอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2565 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565

แก้ไขครั้งที่: 1 วันที่มีผลบังคับใช้: 14 พฤศจิกายน 2565 รหัสเอกสาร: TGE-Policy-011


นโยบายการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) และบริษัทย่อย ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสนับสนุนส่งเสริมการบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจกให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ นำองค์กรเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อตอบสนองนโยบายของประเทศไทยในการลดก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเหมาะสมของประเทศ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ประเทศไทยได้แสดงเจตจำนงการลดก๊าซเรือนกระจกไว้ต่อรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทจึงกำหนดนโยบายการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและเจตจำนงของบริษัทและบริษัทย่อย ในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ดังต่อไปนี้

  1. มุ่งมั่นในการลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีที่สะอาด เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนระยะยาวการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
  2. ส่งเสริมนโยบายและมาตรการของรัฐในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค
  3. ในปี 2565-2566 บริษัทจะเริ่มดำเนินการเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทเพื่อใช้เป็นปีฐานสำหรับกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2567
  4. มุ่งมั่นในการดำเนินการเพื่อเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction : T-VER)
  5. ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าจากกิจกรรมของบุคลากรของกลุ่มบริษัททั่วทั้งองค์กร
  6. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น พลังงานจาก ชีวมวล พลังงานจากชีวภาพ พลังงานจากขยะ และพลังงานที่ไม่เพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  7. ให้ความรู้แก่บุคลากร และผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร เกี่ยวกับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก

นโยบายฉบับนี้ ได้รับการทบทวนโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 12/2565 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 และได้รับการเห็นชอบโดยที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 และได้รับการอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2565 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565

แก้ไขครั้งที่: 1 วันที่มีผลบังคับใช้: 14 พฤศจิกายน 2565 รหัสเอกสาร: TGE-Policy-017


นโยบายด้านการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

กลุ่มบริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (“กลุ่มบริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่งคือการมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ในการนี้กลุ่มบริษัทจึงได้กำหนดนโยบายด้านการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG: Environment, Social, and Governance เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ พร้อมเสริมสร้างโครงสร้างและระบบบริหารจัดการ เพื่อเติบโตและพัฒนาสู่การเป็นองค์กรที่มั่นคงและยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้นำแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในกระบวนการดำเนินงานและบูรณาการแผนการปฏิบัติงานให้มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างความสมดุลในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Value chain) เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

กลุ่มบริษัทมีกลยุทธ์ในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน เพื่อการสร้างคุณค่าร่วมกันในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจควบคู่กับกลยุทธ์การพัฒนาการแข่งขันในธุรกิจ ใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาด้านสังคม และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและธรรมาภิบาล ดังนี้

1. การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม

กลุ่มบริษัทมุ่งดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินงาน ตามแนวทางดังนี้

1.1 ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงแสวงหาแนวทางการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ตลอดจนการป้องกันมลพิษ รวมไปถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกระบวนการภายใต้ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม

1.2 เลือกใช้เครื่องจักรและกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด โดยกำหนดมาตรฐานตามข้อกำหนดของกฎหมาย รวมทั้งแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานสากลกำหนด

1.3 มุ่งดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม สร้างความตระหนักในเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดความยั่งยืน

2. การพัฒนาด้านสังคม

กลุ่มบริษัทมุ่งสร้างความมั่นคงให้แก่สังคมและชุมชน พัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงาน เพื่อสร้างบุคคลากรที่มีคุณภาพสู่สังคม รวมถึงสร้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อสร้างสังคมแห่งความยั่งยืน ภายใต้แนวทางดังนี้

2.1 คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดูแลและปฏิบัติต่อพนักงานและบุคลากรในชุมชนอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา เพศ อายุ สัญชาติ เพศสภาพ หรือประการอื่นใด เพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี

2.2 ดูแลสุขอนามัย และความปลอดภัยของพนักงานและลูกจ้างของกลุ่มบริษัท ไม่ให้กระทบกับสิทธิมนุษยชนของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท ตามที่กฎหมายกำหนด

2.3 ส่งเสริมในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของบริษัทในทุกระดับ โดยมีระบบการประเมินผลที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด ยึดหลักธรรมาภิบาล และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของกลุ่มบริษัท เพื่อให้เกิดการส่งมอบคุณค่าให้กับชุมชนและสังคม ไปพร้อมกับการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

2.4 ให้ความสำคัญในการร่วมดำเนินการกับชุมชนและสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งกลุ่มบริษัท ชุมชนและสังคมไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง

3. การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและธรรมาภิบาล

กลุ่มบริษัทมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการผลิตและการให้บริการ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างมาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวทางดังนี้

3.1 ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณทางธุรกิจที่ดี รวมทั้งนโยบาย ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของหน่วยงานและของบริษัทที่เกี่ยวข้อง

3.2 ยึดถือหลักคุณธรรมและโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและปฏิบัติงาน พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ วิธีการและมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้ และเป็นไปตามมาตรฐานสากลยึดถือปฏิบัติ

3.3 แสวงหาแนวทางพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกระบวนการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อให้กลุ่มบริษัทมีศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านพลังงานไฟฟ้าที่เติบโตไปพร้อมชุมชน สังคมและประเทศไทยอย่างยั่งยืน

3.4 ส่งเสริมและสนับสนุนให้ในการพัฒนาธุรกิจร่วมกับพันธมิตร คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่ธุรกิจให้มีการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

3.5 ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จัดให้มีกระบวนการติดตามเพื่อให้มีการปฏิบัติตามนโยบายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม

ในการนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของกลุ่มบริษัททุกคน มีหน้าที่สนับสนุน ผลักดัน ส่งเสริม และปฏิบัติตามนโยบายด้านการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนตามแนวทางที่กำหนด เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งความยั่งยืนให้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจพอพียง

กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นต่อการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ผ่านนโยบายต่าง ๆ ที่กลุ่มบริษัทได้ประกาศใช้แล้ว ได้แก่ หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คู่มือจริยธรรมทางธุรกิจ (Code of Conduct) นโยบายการบริหารความเสี่ยงและการลงทุน นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibilities Policy: CSR) นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption) นโยบายการกำกับดูแลการใช้ข้อมูลภายในบริษัท และนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นเจตนารมณ์ ที่แน่วแน่ของกลุ่มบริษัทที่จะดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในสังคม ส่งผลให้สังคมเกิดความเข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

นโยบายฉบับนี้ ได้รับการทบทวนโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 12/2565 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 และได้รับการเห็นชอบโดยที่ประชุมคณะกรรมการสรรหา พิจารณาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ครั้งที่ 5/2565 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565

แก้ไขครั้งที่: 1 วันที่มีผลบังคับใช้: 14 พฤศจิกายน 2565 รหัสเอกสาร: TGE-Policy-018


นโยบายการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญและส่งเสริมการปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สามารถส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน บริษัทจึงกำหนดนโยบายการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นแนวทางเดียวกัน ดังนี้

ขอบเขต

  1. มุ่งมั่นในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อกำหนด รวมทั้งกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  2. กำหนดให้มีการควบคุม ป้องกัน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมุ่งเน้นการป้องกันมลพิษที่แหล่งกำเนิด
  3. ส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ รักษาสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
  4. ส่งเสริมการพัฒนาชุมชน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งร่วมหารือกับผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงการของบริษัทเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ
  5. สื่อสารให้ผู้บริหาร และพนักงาน มีความรู้ ความเข้าใจ ในการสร้างการตระหนักรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ
  6. ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนและปรับปรุงกระบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และยกระดับประสิทธิภาพการจัดการและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ดียิ่งขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

นโยบายฉบับนี้ ได้รับการอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567

แก้ไขครั้งที่: - วันที่มีผลบังคับใช้: 13 พฤศจิกายน 2567 รหัสเอกสาร: TGE-Policy-020


แนวทางการจัดการผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Value Chain)

บริษัท ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) ที่สำคัญในกิจกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยกลุ่มบริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้แก่สินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ในการนี้กลุ่มบริษัทจึงได้กำหนดแนวทางการจัดการผลกระทบ ต่อผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Value Chain) เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างความสมดุลในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ดังนี้

แนวทางการจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Value Chain)

1. กิจกรรมหลักของการจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Value Chain)

ประกอบด้วยกิจกรรม 5 กิจกรรม ซึ่งเชื่อมโยงกันตามภาพรวมการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยมีแนวทางการจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจทั้ง 5 กิจกรรม ดังนี้

แผนภาพกิจกรรมหลักของการจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ 5 กิจกรรม

1.1 การจัดหาวัตถุดิบ (Sourcing)

1.1.1 คัดเลือกและจัดหาวัตถุดิบชีวมวลหลักจากผู้ผลิตที่มีคุณภาพสูงและมีแนวทางในการ จัดด้านสิ่งแวดล้อมหลายราย เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้ผลิตเพียงรายเดียว และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม

1.1.2 โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มบริษัท เลือกใช้เทคโนโลยีห้องเผาไหม้ชนิด ที่สามารถรองรับเชื้อเพลิงชีวมวลความชื้นสูงได้ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้อง พึ่งพิงวัตถุดิบเพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง เป็นการสร้างสมรรถนะในการผลิตไฟฟ้า รวมไป ถึงเป็นการลดกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากการขาดแคลนวัตถุดิบหลักที่มี สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ (Climate change) และการแข่งขัน ของคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

1.2 การผลิตและการปฏิบัติการ (Operations)

1.2.1 มุ่งผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยระบบการผลิตที่ทันสมัย โดยมุ่งมั่นที่จะป้องกันมลพิษด้าน สิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมทั้งให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลกับพนักงาน และคู่ค้าทุกราย

1.2.2 โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มบริษัทสามารถรองรับเชื้อเพลิงชีวมวลความชื้น สูงได้ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยวัตถุดิบชีวมวล ที่หลากหลายและมีต้นทุนการผลิตต่ำ โดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากลที่กลุ่มบริษัท นำมาประยุกต์ใช้

1.2.3 พัฒนา ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยนำระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในการควบคุมกระบวนการ ภายใน ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

1.2.4 มีสำนักงาน และสาขาที่จะอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า คู่ค้าในการให้และรับบริการ รวมไปถึงการรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สิ่งแวดล้อม

1.3 การกระจายสินค้าและบริการ (Distribution and Service)

1.3.1 มีระบบควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าและการควบคุมต้นทุนการผลิตให้กับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคที่เป็นผู้ซื้อหลักที่เป็นไปมาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบได้ มีบุคลากร ควบคุมกระบวนการผลิตและจ่ายไฟฟ้า และบุคลากรซ่อมบำรุงประจำแต่ละโครงการ ในการซ่อมบำรุงและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กระบวนการผลิตไฟฟ้าและจ่ายไฟฟ้าเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.4 การตลาดและการขาย (Marketing and Sales)

1.4.1 มีการศึกษาเพื่อหาโอกาสทางธุรกิจ สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีศักยภาพในการลงทุน เพื่อสร้างโอกาสผลตอบแทนทางธุรกิจ ตามนโยบายด้านความยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

1.4.2 มีกระบวนการในการตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.5 การบริการหลังการขาย (Customer services)

1.5.1 มีบุคคลากรประจำแต่ละโครงการ ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการติดตามและประเมินความพึงพอใจของลูกค้า พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้าตามมาตรฐานสากลที่กลุ่มบริษัทมีการประยุกต์ใช้

1.5.2 มีกระบวนการในการรับข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะจากลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

2. กิจกรรมสนับสนุนของกลุ่มบริษัทในการจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Value Chain)

กิจกรรมสนับสนุนเพื่อขับเคลื่อนให้กิจกรรมหลักของกลุ่มบริษัทดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่

2.1 การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource)

กลุ่มบริษัทได้ตระหนักถึงด้านทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัท ดังนั้น จึงได้ให้ความสำคัญตั้งแต่การจัดจ้างพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถ การบริหารค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขัน สามารถจูงใจพนักงานได้ การส่งเสริมให้พนักงานได้รับการอบรมพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งให้โอกาสในการเติบโตก้าวหน้าในสายอาชีพ การดูแลเอาใจใส่ และการสร้างขวัญกำลังใจเป็นอย่างดี เพื่อให้พนักงานเกิดความผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากลุ่มบริษัทอย่างยั่งยืน

2.2 การพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Development)

กลุ่มบริษัทมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้มีการนำแนวคิดเรื่องนวัตกรรมมาใช้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทำงาน ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อให้กระบวนการมีประสิทธิภาพสูงสุด

2.3 การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurements)

กลุ่มบริษัทยึดหลักในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงจริยธรรมทางการค้า ความโปร่งใส เป็นธรรมต่อคู่ค้า รวมถึงรักษาและพัฒนาธุรกิจร่วมกับคู่ค้า และปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าที่มีต่อคู่ค้า โดยกลุ่มบริษัทได้จัดให้มีคำสั่งว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและคู่มือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างโปร่งใส และเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องมีการวางแผนกิจกรรมการจัดซื้อ โดยจัดทำแผนงานโครงการและงบประมาณประจำปีนำเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท และเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีคณะทำงานที่เกี่ยวข้องคือ คณะทำงานจัดซื้อจัดจ้าง คณะทำงานประเมินคู่ค้า อีกทั้งกลุ่มบริษัทจะไม่ทำธุรกรรมใด ๆ กับคู่ค้าที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี ไม่ใช้วิธีการที่ไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่ค้าหรือคู่แข่ง

2.4 โครงสร้างพื้นฐาน (Firm Infrastructure)

กลุ่มบริษัทได้มีกระบวนการในการดูแล พัฒนา ปรับปรุงกระบวนการและระบบงานที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ระบบบริหารความเสี่ยง ระบบบัญชีและการเงิน ระบบข้อมูลการบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร

การวิเคราะห์และประเมินความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

กลุ่มบริษัทได้มีการพิจารณา วิเคราะห์และประเมินความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Value Chain) อย่างรอบด้าน เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งมีความสัมพันธ์กับห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ โดยสรุปได้ดังนี้

  1. การจัดหาวัตถุดิบ ประกอบไปด้วย คู่ค้า
  2. การผลิตและการปฏิบัติการ ประกอบไปด้วย ผู้ถือหุ้น นักลงทุนรายย่อย ผู้บริหาร กลุ่มลูกค้า กลุ่มพนักงาน คู่ค้า ชุมชน หน่วยงานราชการ
  3. การกระจายสินค้าและบริการ ประกอบไปด้วย กลุ่มลูกค้า กลุ่มพนักงาน คู่ค้า ชุมชน หน่วยงานราชการ
  4. การตลาดและการขาย ประกอบไปด้วย กลุ่มลูกค้า กลุ่มพนักงาน ชุมชน รัฐบาล หน่วยงานราชการ
  5. กระบวนการบริการหลังการขาย ประกอบไปด้วย กลุ่มลูกค้า ชุมชน รัฐบาล หน่วยงานราชการ
  6. การบริหารทรัพยากรบุคคล ประกอบไปด้วย ผู้บริหาร กลุ่มพนักงาน
  7. การพัฒนาเทคโนโลยี ประกอบไปด้วย ผู้บริหาร กลุ่มลูกค้า กลุ่มพนักงาน คู่ค้า ชุมชน
  8. การจัดซื้อจัดจ้าง ประกอบไปด้วย ผู้บริหาร คู่ค้า ชุมชน หน่วยงานราชการ
  9. โครงสร้างพื้นฐาน ประกอบไปด้วย ผู้บริหาร กลุ่มพนักงาน คู่ค้า ชุมชน

สรุปการวิเคราะห์และประเมินความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจของกลุ่มบริษัท

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ช่องทางการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย การตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย

1. ผู้ถือหุ้น/นักลงทุนรายย่อย/ผู้บริหา

  • การจัดประชุมผู้ถือหุ้น
  • การนำเสนอผลการดำเนินงานรายไตรมาส ใน Opp-day
  • กิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน
  • การเชิญผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรายย่อย เข้าเยี่ยมชมโรงงาน
  • กิจกรรม Road show ในประเทศ
  • การสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ โทรศัพท์ อีเมล
  • มีผลกำไรเพิ่มขึ้น
  • สามารถควบคุมการผลิตได้ตามเป้าหมาย
  • ประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตเพิ่มขึ้น
  • ปริมาณการสูญเสียในกระบวนการผลิตลดลง
  • สามารถควบคุมต้นทุนได้ตามเป้าหมาย
  • การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
  • ลดการปลดปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม
  • ไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชนเกี่ยวกับมลพิษ
  • ลดปริมาณการใช้ทรัพยากร
  • ลดอุบัติเหตุในการทำงาน
  • กำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้
  • จ่ายเงินปันผลอย่างเหมาะสม
  • เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
  • จัดทำแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ
  • บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
  • บริหารกระบวนการด้วยระบบ ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001
  • พัฒนากระบวนการด้วย Lean manufacturing เพื่อใช้ในกระบวนการควบคุมการผลิต
  • ปรับปรุงกระบวนการภายในให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • พัฒนาและบริหารทรัพยากร (Resource Management)

2. กลุ่มลูกค้า

ลูกค้าภายนอกกลุ่มบริษัท

  • ลูกค้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ลูกค้าหลัก)

ลูกค้าภายในกลุ่มบริษัท

  • โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม
  • โรงงานผลิตยางพารา
  • โรงไฟฟ้าและโรงเชื้อเพลิงของกลุ่มบริษัท
  • ติดตามและรายงานผลการดำเนินการ ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
  • การสำรวจและประเมินความพึงพอใจลูกค้า
  • กระบวนการสื่อสารกับลูกค้า
  • CRM processes
  • ปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
  • ได้รับบริการที่ดีและถูกต้อง
  • สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
  • ปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ
  • ปฏิบัติตามระบบบริหารคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย อาชีวอนามัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
  • กำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้
  • มีนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
  • บริหารกระบวนการด้วยระบบ ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001
  • มีจรรยาบรรณในการรักษา
  • ความลับของข้อมูลลูกค้า
  • จ่ายไฟฟ้าให้ได้ตามสัญญา
  • ดำเนินการตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแล การดำเนินงานบริษัทย่อย และบริษัทร่วม
  • ปฏิบัติตามนโยบายด้านการเงิน
  • ปฏิบัติตามนโยบายการรับข้อร้องเรียน และแจ้งเบาะแสการกระทำผิดทุจริต
  • ปฏิบัติตามนโยบายการใช้ข้อมูลภายใน

3. คู่ค้า

  • ผู้ขายสินค้า หรือวัตถุดิบหลัก
  • ผู้รับจ้าง และ/หรือ ให้บริการ
  • ผู้รับจ้างภายนอก (Outsourcing)
  • การทำสัญญาการซื้อขายสินค้าและบริการที่ชัดเจน
  • การประเมินความพึงพอใจของคู่ค้า
  • การปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายและข้อตกลงร่วมกัน
  • ดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียม
  • รักษาความลับของข้อมูลคู่ค้า
  • การประสานงานที่ดีมีประสิทธิภาพ
  • กำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้
  • ปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น
  • ดำเนินการตามระบบ ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001
  • ปฏิบัติตามนโยบายการรับข้อร้องเรียน และแจ้งเบาะแสการกระทำผิดทุจริต
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแล การดำเนินงานบริษัทย่อย และบริษัทร่วม
  • ปฏิบัติตามนโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการรายงานส่วนได้เสีย
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล
  • ปฏิบัติตามคู่มือการบริหารความเสี่ยง
  • ปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจ

4. กลุ่มพนักงาน/ลูกจ้าง

  • สื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางการสื่อสารและมีความถี่ตามความเหมาะสม
  • การประเมินความพึงพอใจของพนักงาน
  • การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะผ่านช่องทางต่าง ๆ
  • ผลตอบแทนที่ดี มีโอกาสที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมถึงความมั่นคงของบริษัท
  • สภาพแวดล้อมและพื้นที่เหมาะสมต่อการทำงาน
  • มีอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ และอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
  • มีสวัสดิการที่เหมาะสมกับค่าครองชีพ ในพื้นที่ชุมชนโดยรอบ
  • มีความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
  • ปฏิบัติตามนโยบายการพัฒนาบุคลากร
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำหนดแผนการสืบทอดตำแหน่ง
  • บริหารกระบวนการด้วยระบบ ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001
  • ปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจ
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล
  • ปฏิบัติตามคู่มือการบริหารความเสี่ยง
  • ปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจ

5. ชุมชน

  • การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท
  • การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตามระบบ ISO 14001
  • รายงานผลการจัดการข้อร้องเรียน ด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน
  • กระบวนการด้าน CSR
  • ป้องกันมลพิษ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสังคมและชุมชนโดยรอบ
  • มีความปลอดภัยในการผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด
  • การรับบุคลากรในพื้นที่ชุมชนมาทำงานภายในองค์กร
  • ปฏิบัติตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล
  • ปฏิบัติตาม CoP ของโรงไฟฟ้า
  • บริหารกระบวนการด้วยระบบ ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001
  • ปฏิบัติตามนโยบายการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
  • ปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจ
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล
  • ปฏิบัติตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล
  • ปฏิบัติตาม CoP ของโรงไฟฟ้า
  • ปฏิบัติตามนโยบายการบริหารจัดการ GHG
  • ปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจ
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล

6. รัฐบาล/หน่วยงานราชการ

  • ติดตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ประเทศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการในพื้นที่
  • ประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • ปฏิบัติตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล
  • ปฏิบัติตาม CoP ของโรงไฟฟ้า
  • ปฏิบัติตามนโยบายการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
  • ปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจ
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล

7. ธนาคาร/สถาบันการเงิน

  • การประสานงานกับธนาคาร/สถาบันการเงิน
  • การประชุมร่วมกันกับธนาคาร/สถาบันทางการเงิน
  • การดำเนินการตามแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทางด้านการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปฏิบัติตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล
  • ปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจ
  • ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • ปฏิบัติตามคู่มือบรรษัทภิบาล
  • ปฏิบัติตามคู่มือการจัดทำงบประมาณประจำปี
  • ปฏิบัติตามคู่มือการบริหารความเสี่ยง

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทจะทำการประเมินความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ผ่านกระบวนการสำรวจความพึงพอใจ การประชุมร่วมกัน หรือช่องทางการ มีส่วนร่วมอื่น ๆ เพื่อให้ทราบผลกระทบระหว่างบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียทั้งด้านบวกและลบอย่างสม่ำเสมอ ตามแนวปฏิบัติทางด้าน ESG ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างรอบด้านและยั่งยืน

ประกาศ ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565